jefferson-santos-9SoCnyQmkzI-unsplash
ธุรกิจ SME ในไทยกว่า 65% ประสบกับการโจมตีทางไซเบอร์ โดยมัลแวร์เป็นรูปแบบการโจมตีที่พบบ่อยที่สุด (91%) และฟิชชิง (77%) สาเหตุหลักมาจากโซลูชันด้านความปลอดภัยไซเบอร์ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่มีการติดตั้งเลย ผลกระทบสำคัญรวมถึงการหยุดชะงักของธุรกิจ 56% และการสูญเสียข้อมูลลูกค้าและพนักงาน นอกจากนี้ยังสูญเสียข้อมูลทางการเงินและทรัพย์สินทางปัญญา มูลค่าความเสียหายสูงสุดอยู่ที่ 32 ล้านบาทสำหรับบางบริษัท
jefferson-santos-9SoCnyQmkzI-unsplash

โดยแนวทางการป้องกันที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก 10 ข้อ

  1. ใช้ Firewall

    • ความสำคัญ: ไฟร์วอลล์ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันระหว่างเครือข่ายของคุณกับอินเทอร์เน็ต ช่วยกรองและตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์
    • การใช้งาน: ติดตั้งไฟร์วอลล์ทั้งในรูปแบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์บนเครือข่าย เพื่อควบคุมการรับส่งข้อมูลและป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ปลอดภัย
  2. แบ่งระบบเครือข่ายให้ชัดเจน

    • ความสำคัญ: การแยกเครือข่ายช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ง่าย
    • การใช้งาน: สร้างเครือข่ายภายในสำหรับพนักงานและเครือข่ายภายนอกสำหรับผู้เยี่ยมชม โดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงที่แตกต่างกัน
  3. กำหนดนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ดี

    • ความสำคัญ: นโยบายที่ชัดเจนช่วยให้พนักงานเข้าใจบทบาทและหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูล
    • การใช้งาน: จัดทำเอกสารนโยบายที่ครอบคลุมการใช้งานอุปกรณ์ การสื่อสารออนไลน์ และการจัดเก็บข้อมูลสำคัญ พร้อมฝึกอบรมให้พนักงานรับทราบ
  4. ฝึกอบรมให้ความรู้กับพนักงานทุกคน (แนะนำให้ใช้ KnowBe4 สำหรับฝึกอบรมพนักงาน)

    • ความสำคัญ: พนักงานที่มีความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์สามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามได้ดียิ่งขึ้น
    • การใช้งาน: จัดการอบรมเกี่ยวกับการใช้อีเมลอย่างปลอดภัย การระบุฟิชชิง และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้งานอินเทอร์เน็ต
  5. บังคับใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย

    • ความสำคัญ: รหัสผ่านที่แข็งแรงเป็นเส้นป้องกันแรกจากการถูกแฮ็กข้อมูล
    • การใช้งาน: กำหนดนโยบายรหัสผ่านที่ต้องมีความยาว 10-12 ตัวอักษร ประกอบด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษ หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่าย
  6. สำรองข้อมูลที่จำเป็นไว้ทั้งหมด

    • ความสำคัญ: การสำรองข้อมูลช่วยป้องกันการสูญหายจากการโจมตีหรือภัยพิบัติ
    • การใช้งาน: ใช้กฎ 3-2-1 Backup Rule คือ สำรองข้อมูลอย่างน้อย 3 ชุด ใช้ 2 เทคโนโลยีในการสำรอง และเก็บสำรองข้อมูลอย่างน้อย 1 ชุดนอกสถานที่
  7. ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ (แนะนำให้ใช้ Morphisec ในการป้องกันมัลแวร์)

    • ความสำคัญ: ซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ช่วยตรวจจับและกำจัดภัยคุกคามจากไวรัสและมัลแวร์ต่างๆ
    • การใช้งาน: ติดตั้งและอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ในทุกอุปกรณ์และเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ
  8. ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA)

    • ความสำคัญ: MFA เพิ่มความปลอดภัยโดยต้องมีการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมนอกเหนือจากรหัสผ่าน
    • การใช้งาน: เปิดใช้งาน MFA ในระบบที่สำคัญ เช่น อีเมล ระบบบัญชีผู้ใช้ และแอปพลิเคชันที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ
  9. เพิ่มความปลอดภัยให้กับอีเมลของคุณ

    • ความสำคัญ: อีเมลเป็นช่องทางหลักที่ผู้โจมตีใช้ในการส่งฟิชชิงและมัลแวร์
    • การใช้งาน: หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์แนบหรือลิงก์ที่น่าสงสัย ตรวจสอบที่มาของอีเมลก่อนคลิก และใช้ฟิลเตอร์อีเมลเพื่อป้องกันฟิชชิง
  10. ระมัดระวังในการซอฟต์แวร์ฟรี

    • ความสำคัญ: ซอฟต์แวร์ฟรีบางตัวอาจมีมัลแวร์หรือโทรจันที่แฝงอยู่ ซึ่งอาจขโมยข้อมูลสำคัญ
    • การใช้งาน: ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบรีวิวและความปลอดภัยก่อนติดตั้ง และหลีกเลี่ยงการใช้ซอฟต์แวร์ฟรีที่ไม่ชัดเจน

สรุป

การป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องยากถ้ามีการวางแผนและดำเนินการอย่างถูกต้อง โดยการใช้ไฟร์วอลล์ แบ่งเครือข่าย กำหนดนโยบาย ฝึกอบรมพนักงาน บังคับใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย สำรองข้อมูล ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์ ใช้ MFA เพิ่มความปลอดภัยอีเมล และระมัดระวังในการใช้ซอฟต์แวร์ฟรี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์และปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณแหล่งที่มา: https://www.cyfence.com/article/10-ways-to-prevent-cyber-threats-for-small-and-medium-businesses/